วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561

สรุปเทอม 1


1.) นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่


1. บทเรียนบนเครือข่าย (WBI)


- การเรียนการสอนที่ใช้เวิลด์วายเว็บเป็นสื่อหรือตัวกลางในการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน


ในลักษณะของบทเรียนที่ประกอบด้วยเนื้อหา รูปภาพประกอบ เสียง และภาพเคลื่อนไหว ผู้สอนและ ผู้เรียนสามารถใช้เว็บเพจ ในการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สืบค้น ตอบปัญหา ทำแบบฝึกหัด ข้อสอบ และกิจกรรมการเรียนการสอน ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่



2. E-Learning


- ระบบการผลิตจะใช้ คอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหลัก นอกจากนี้ผู้เรียนก็สามารถเรียนโดยไม่จำกัดเวลา และสถานที่



3. Flip Classroom


- กระบวนการเรียนการสอนรูปแบบหนึ่งซึ่งเปลี่ยนการใช้ช่วงเวลาของการบรรยายเนื้อหา (Lecture) ในห้องเรียนเป็นการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฝึกแก้โจทย์ปัญหา และประยุกต์ใช้จริง



4. MOOC


- รูปแบบการนำเสนอการเรียนรู้หลักสูตรต่างๆ ทางออนไลน์ ที่เข้าถึงผู้เรียนจำนวนมากๆ ได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยส่วนใหญ่เป็นการให้บริการฟรี ซึ่งเมื่อเรียนจบก็จะได้ใบประกาศนียบัตรด้วย



5. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-book)


- การนำเสนอเนื้อหาหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเผยแพร่บนเครือข่าย และสามารถดาวน์โหลดลงมาใช้ได้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือในรูปแบบ CD ที่สามารถติดตั้งได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์


6. Augmented_Reality


- หรือเรียกสั้นๆง่ายๆว่า AR นั้นเอง เป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงที่สร้างเพื่อให้ผู้ดูเห็นภาพเสมือนอยู่ในสถานการณ์นั้น จริงๆ

โดยเราสามารถสร้างรูปภาพและทำให้เป็นรูปร่าง 3 มิติได้โดยใช้สมาร์ทโฟท เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมสร้างจินตการเป็นอย่างมาก






7. PLC


- เป็นการร่วมมือกันของครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา ในโรงเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ดีมาก เพราะผลดีจะเกิดกับผู้เรียน และ ยังเพิ่มปฎิสัมพันธ์ของครูอีกด้วย


8. CAI


- ในโปรแกรมประกอบไปด้วย เนื้อหาวิชา แบบฝึกหัด แบบทดสอบ ลักษณะของการนำเสนอ อาจมีทั้งตัวหนังสือ ภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว สีหรือเสียง เพื่อดึงดูดให้ผู้เรียนเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการแสดงผลการเรียนให้ทราบทันทีด้วยข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ให้แก่ผู้เรียน


สรุป คิดว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ที่ได้เรียนไปทั้งหมดมีประโยชน์มากๆต่อระบบการศึกษาในปัจจุบันเพราะทั้งสะดวก ประหยัดเวลา ไม่ยุ่งยาก และเป็นที่น่าสนใจต่อผู้รียนอีกด้วย



2.) Google apps

จากที่ได้เรียนมากรู้สึกว่าแอปพลิเคชั่นของ google มีประโยชน์มากเช่น

  1. Google Drive 

เป็นแอพลิเคชั่นสำหรับเก็บข้อมูลออนไลน์และยังสามารถแชร์กับคนอื่นได้อีกด้วยเพียงแค่มี gmail ก็สามารถแชร์ข้อมูลกันได้แล้วไม่ว่าจะเป็น
  • Google ชีต
  • Google เอกสาร
  • Google สไลด์


       2.Google sites
เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการสร้างเว็บไซต์ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการเรียนการสอนมาก เพราะง่ายและสะดวก สามารถใส่แบบฝึกหัด แบบประเมิน และวิดีโอการเรียนได้อีกด้วย


ตัวอย่าง google site เรื่อง visiting to the farm




3. Google Form
เป็นแอพพลิเคชั่นในการสร้างแบบประเมิน หรือแบบสอบถามซึ่งใช้งานง่ายมาก

ตัวอย่างแบบประเมิน






ตัวอย่างแบบทดสอบ




4. Google Classroom

- รุ้สึกว่าเป็นแอพที่สะดวกมากๆและไม่ต้องเสียเวลาจดลงสมุด หรือเขียนให้เปลืองกระดาษ

- โดยการใช้งานนั้น ครูสามารถออกแบบในชั้นเรียนต่างๆ ได้ และเลือกว่าจะให้นักเรียนทำอย่างไร

- ครูสามารถติดตามว่านักเรียนคนใดทำงานเสร็จแล้วบ้าง และใครยังทำงานไม่เสร็จ ตลอดจนแสดงความคิดเห็นกับนักเรียนแต่ละคนได้


ตัวอย่างห้องเรียนของสาขาภาษาอังกฤษ




สรุป ก่อนหน้าที่จะมาเรียนไม่เคยรู้เลยว่ามีสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ง่ายและสะดวกขนาดนี้ ซึ่งทำให้ประหยัดเวลา และทำงานกกับเพื่อนๆได้ง่ายขึ้นมากๆ และนอกจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการสอนหรือสร้างเป็นสื่อการสอนให้กับนักเรียนในอนาคตได้อีกด้วย


_________________________________________________________________________________


นอกจากนี้ก็ยังได้ใช้ โปรแกรมอื่นๆอีก เช่น

- Prezi ในการทำslide นำเสนอเนื้อหาอีกด้วยซึ่งสามารถทำได้ออนไลน์และสะดวกมากมาก นอกจากนี้ยังมีรูปแบบสวยๆให้เลือกอีกเยอะมากๆๆค้ะ ชอบมากๆ

- Ai / Photoshop ใช้โปรแกรมนี้ในการออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม ตัดต่อรูปภาพต่างๆให้สวยงามจากที่ไม่เคยทำเป็นมาก่อนเลย ซึ่งฉดิฉันได้ต่อยอดความรู้ด้วยการนำมาใช้กับธุรกิจของตนเอก็คือ นำความรู้มาออกแบบโลโก้กล้วยฉาบที่ตนอเงได้ขายอยู่



ตัวอย่าง




และยังได้ออกแบบ infographic ซึ่งเป็นสื่อการสอนที่จะนำไปใช้จริงๆกับการออกค่ายภาษาอังกฤษของสาขาภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าง




สรุป จากที่เรียนวิชานี้มีความรู้สึกว่าสามารถนำความรู้ที่ได้เรียน ไปใช้ได้จริงๆกับชีวิตซึ่งมีประโยชน์มากๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งด้านการเรียน ด้านการสอน ด้านธุรกิจ หรือ ด้านentertainment และได้รู้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันไม่ได้มีไว้แค่เล่นโซเชียลเพื่อความสนุกเพลินอยางเดียวอีกต่อไปแล้ว เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ถ้าเราเห็นคุณค่าของมัน











































วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561

การนำ Kahoot มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน



การนำ Kahoot มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน

Kahoot เป็นเครื่องมือสร้างเกมส์ตอบคำถามออนไลน์แบบฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถใช้งานได้ผ่าน Smartphone ที่ทุกคนมีติดตัวอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ต้องใช้ผ่านอินเตอร์เน็ตด้วยเท่านั้น เมื่อเข้าสู่เกมส์ของ Kahoot จะมีการแสดงจำนวนผู้เข้าร่วมเล่นเกมส์ ผลการตอบคำถามในการแข่งขัน และลำดับของผู้เข้ารวมแข่งขันแบบทันทีทันใดหลังการตอบคำถามและเกมส์เสร็จสิ้น นอกจากนั้น ยังมีวิธีการใช้งานที่ง่าย และสะดวกหากพูดถึงการนำมาประยุกต์ใช้ในส่วนของงานห้องสมุด ที่มักต้องจัดอบรมแนะนำวิธีการใช้งานฐานข้อมูลออนไลน์และเครื่องมือใหม่ๆ อาจจะใช้ Kahoot มาเป็นเครื่องมือในการวัดและประเมินการสอนของวิทยากร หรือ ทำเป็นเกมส์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ร่วมสนุกด้วยกัน น่าจะทำให้บรรยากาศในการอบรมฐานข้อมูลของบรรณารักษ์สนุกมากขึ้น



ประโยชน์สำหรับการนำโปรแกรม Kahoot มาใช้สำหรับการเรียนการสอน 

1. สามารถเป็นแบบทดสอบก่อนหรือหลังการสอน เพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของนักเรียนก่อนหรือหลังการ เรียนการสอน ประโยชน์ส าหรับอาจารย์ คือ เป็นเครื่องมือช่วยในการประเมินผลการเรียนของนิสิตก่อนหรือหลังจากที่มี การเรียนการสอน ประโยชน์ส าหรับนิสิต คือ สามารถประเมินตนเองว่ามีความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนมามากน้อยเพียงใด
2. เพื่อให้นิสิตและอาจารย์มีส่วนร่วมกันในชั้นเรียน ประโยชน์สำหรับอาจารย์ คือ สร้างกิจกรรมการมีส่วนร่วมระหว่างอาจารย์และนิสิต ประโยชน์สำหรับนิสิต คือ นิสิตมีการกระตุ้นส าหรับการเรียนการสอน เพื่อไม่ให้เกิดความเบื่อหน่ายในชั้น เรียน
3. เป็นการดึงดูดความสนใจจากนิสิตในการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน เนื่องจากโปรแกรม Kahoot เป็นลักษณะคล้ายกับ เกมอาจมีการจัดกิจกรรมเพื่อการแข่งขันในชั้นเรียน เพื่อให้นิสิตมีความสนุกสนานกับเนื้อหาที่เรียนได้ ประโยชน์ส าหรับอาจารย์ คือ มีการดึงดูดให้นิสิตมีความสนใจในเนื้อหาที่อาจารย์เตรียมการสอน ประโยชน์สำหรับนิสิต คือ นิสิตมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน และสามารถเข้าใจในเนื้อหาวิชา เรียนมากยิ่งขึ้น




ผลการตอบรับจากอาจารย์ที่นำโปรแกรม Kahoot ไปใช้ในการเรียนการสอน 



1. นิสิตมีความรู้สึกว่าได้รับการกระตุ้นในการเรียนการสอน ทำให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
2. นิสิตมีผลตอบรับจากการใช้โปรแกรม คือ อาจารย์ใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจ ทำให้การเรียนการสอนมีความ สนุกสนาน และไม่น่าเบื่อ

3. อาจารย์ได้นำโปรแกรมไปใช้ส าหรับการทดสอบก่อนเรียน ทำให้อาจารย์สามารถประเมินความรู้ของนิสิตก่อนที่จะ เข้าเนื้อหาที่จะสอนได้




ขั้นตอนการสมัครและใช้บริการ Kahoot


ขั้นตอนการสมัครใช้ Kahoot

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ https://getkahoot.com/ จะได้หน้าเว็บดังรูป




2. การสมัครใช้บริการเลือกที่ Manu bar ชื่อ Sign up for free! ดังรูป






3. เมื่อทำการคลิกเลือกที่ Manu bar ชื่อ Sign up for free! จะปรากฏหน้าเว็บดังรูป





- ทำการเลือกหน้าที หรือบทบาทหน้าที่ของคุณ (ในที่นี้เลือกบทบาทหน้าที่เป็น “I’m a teacher”)


4. เมื่อเลือกบทบาทหน้าที่ของคุณแล้ว ปรากฏหน้าเว็บเพิ่มเติมดังรูป



- ส่วนที่ 1 เลือกบทบาทหน้าที่ ในส่วน School or University ไม่จำเป็นต้องกรอกก็ได้
- ส่วนที่ 2 รายละเอียดบัญชีของคุณ
2.1. Username ใส่เป็นชื่อ...อะไรก็ได้...โดยที่ Username สามารถใช้log in ร่วมกับ E-mail ได้
2.2. E-mail ใส่เป็นอีเมลของคุณ
2.3. Confirm Email ใส่อีเมลของคุณอีกรอบ
2.4. Password ใส่ตัวหนังสือ อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้น 1 ตัวอักษรแล้วตามด้วยตัวอักษรตัวเล็ก และตัวเลข โดยรวมๆ แล้วต้องมี 6 ตัวขึ้นไป

- หลังจากกรอกข้อมูลครบแล้วก้ทำการคลิกที่ “Create Account” จะปรากฏหน้าเว็บดังรูป
5. เมี่อทำการสมัคร Kahoot เรียบร้อยแล้ว จะได้หน้าเว็บในส่วนของการสร้างแบบทดสอบของ kahoot โดยที่ kahoot สามารถสร้างแบบทดสอบได้ 3 แบบ ดังนี้





1. สร้างแบบทดสอบ เป็นลักษณะการสร้างแบบทดสอบเป็นคำถาม โดยใช้ตัวอักษร หรือรูปภาพแทนคำตอบ หรือการตั้งคำถามได้
2. สร้างเป็นแบบสนทนา เป็นลักษณะการพิมพ์ผ่านช่องทางการ Chat
3. เป็นการสร้างแบบสอบถามหรือสำรวจ ความพึงพอใจด้านต่าง ร่วมถึงสามารถแสดงคาวมคิดเห็นผ่านการสำรวจได้


6. ในที่นี้เลือกเป็นการสร้างแบบทดสอบ จะปรากฏหน้าเว็บดังรูป



- จะประกอบไปด้วย
1. ส่วนหัวของกลุ่มคำถาม (Title)
2. คำอธิบายของกลุ่มคำถาม (ไม่ใส่ก็ได้)
3. รูปภาพประกอบของกลุ่มคำถาม (ถ้ามี)
4. ความสามารถในการมองเห็น
5. ภาษาที่ใช้
6. รูปแบบผู้ชม
7. แหล่งข้อมูลอ้างอิง (ถ้ามี)

8. วิดีโอที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)


7. เมื่อกรอกข้อมูลครบตามที่กำหนด แล้วกด Ok, go จะได้หน้าเว็บดังรูป

- กดเลือก Add Question จะปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมดังรูป







- จะประกอบไปด้วย
1. ชื่อคำถาม (Title)
2. เวลาที่ใช้ในการทำข้อสอบ มีให้เลือกตั้งแต่ 5 – 120 วินาที
3. รูปภาพหรือสื่อวีดีโอประกอบของคำถาม (ถ้ามี)
4. ตัวเลือกของคำตอบ (Answer) ต้องมีอย่างน้อย 2 คำตอบ พร้อมเลือกเครื่องหมายถูก ในข้อที่จะให้ถูกในคำตอบนั้น

5. แหล่งข้อมูลอ้างอิง (ถ้ามี)
8. เมื่อกรอกข้อมูลครบตามที่กำหนด แล้วกด Next จะได้หน้าเว็บดังรูป

- จะปรากฏคำถามที่ได้ตั้งไปเมื่อสักครู สามารถทำการสร้างแบบทดสอบเพิ่มเติมได้ ถ้าทำการสร้างแบบทดสอบเสร็จแล้ว หรือต้องการบันทึกแบบทดสอบก็ทำการเลือก Mane bar ที่คำว่า Save จะปรากฏหน้าเว็บดังรูป





- จะประกอบไปด้วย
1. แก้ไขแบบทดสอบ
2. ดูตัวอย่างของแบบทดสอบที่ทำการสร้างไป
3. เล่น
4. แบ่งปันแบบทดสอบ




ขั้นตอนการใช้บริการ Kahoot
1. ทำการเริ่มแบบทดสอบที่สร้างในที่นี้แบบทดสอบชื่อ ICT จะปรากฏหน้าเว็บดังรูป



- จะประกอบไปด้วย
1. เลือกการทำแบบทดสอบเป็นแบบ 1 : 1
2. เลือกการทำแบบทดสอบเป็นแบบกลุ่ม
2. ในที่นี้เลือกการทำแบบทดสอบเป็นแบบ 1 : 1 จะปรากฏหน้าเว็บดังรูป (หลังจากเลือกรูปแบบการทำแบบทดสอบแล้ว กรุณารอสักครูเพื่อให้ระบบสร้าง รหัสเข้าเกมส์)



- จะประกอบไปด้วย
1. รหัสสำหรับเข้าเกมส์ หน้าที่มีรหัสเข้าเกมส์จะปรากฏที่เครื่องของผู้ที่จะทำการเรื่อมทำแบบทดสอบ
2. เมื่อมีรหัสเข้าเกมส์ปรากฏแล้ว ผู้ที่จะเริ่มทำแบบทดสอบสามารถนำรหัสไปแสดงให้ผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบกรอกที่อุปกรณ์ของตน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บแล็ต โน้ตบุ๊ค
3. ในส่วนของผู้ทำแบบทดสอบสามารถเข้าร่วมทำแบบทดสอบได้โดยเข้า Web Browser พิมพ์ https://kahoot.it/#/ จะปรากฏหน้าเว็บดังรูป



รูปในส่วนของการเข้าร่วมทำแบบทดสอบผ่านคอมพิวเตอร์



รูปในส่วนของการเข้าร่วมทำแบบทดสอบผ่านโทรศัพท์มือถือ
4. ทำการกรอกรหัสเข้าร่วมทำแบบทดสอบ ที่ช่อง Game PIN แล้วกด Enter ดังรูป




5. เมื่อทำการกด Enter เรียบร้อบจะปรากฏหน้าต่างให้กรอก ชื่อแล้วของผู้ทำแบบทดสอบ “Nickname”

6. หน้าเว็บของผู้ที่จะให้ทำแบบทดสอบจะปรากฏชื่อของผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบ ดังรูป

- เมื่อผู้ที่จะให้ทำแบบทดสอบดูแล้วว่าจำนวนผู้ร่วมทำแบบทดสอบครบตามที่กำหนด ก็ทำการคลิกปุ่มเริ่ม Start

7. เมื่อกดเริ่มเกมส์แล้วจะปรากฏหน้าต่างเตรียมตัวเริ่มทำแบบทดสอบ

8. หน้าต่างของผู้ให้ทำแบบทดสอบจะปรากฏข้อคำถามดังรูปซ้ายมือ และหน้าต่างของผู้ร่วมทำแบบทดสอบจะปรากฏสัญลักษณ์รูปทรงเลขาคณิตที่จะแทนคำตอบที่จะแสดงบนหน้าจอของผู้ให้ทำแบบทดสอบดังรูปขวามือ

9. เมื่อผู้ร่วมทำแบบทดสอบตอบคำถามถูกจะปรากฏคะแนน (คะแนนในทีนี้ให้ตามช่วงเวลาที่ผู้ร่วมตอบแบบสอบถามช้าเร็วต่างกัน) แต่ทางฝังหน้าของผู้ให้ทำแบบทดสอบจะปรากฏคะแนนของผู้เลือกตอบคำถามข้อใดบ้าง



10. และเมื่อผู้ที่ให้ทำแบบทดสอบคลิก Next จะปรากฏชื่อและคะแนนของผู้ตอบถูก 5 อันดับเท่านั้น

11. เมื่อทำการทำแบบทดสอบจนหมดชุด หน้าจอของผู้ให้ทำแบบทดสอบจะปรากฏคะแนน 5 อันดับที่มีคะแนนสูงสุด และหน้าจอของผู้ร่วมทำแบบทดสอบจะปรากฏลำดับของการทำแบบทดสอบของตนว่าอยู่ในลำดับที่เท่าไร



การสร้าง blog ด้วย blogger

การสร้าง blog ด้วย blogger



1.ให้เราทำการพิมพ์ในช่อง URL ด้านบนว่า www.blogspot.com หรือการเข้าสู่เว็บ blogspot นั้นเอง ตามภาพด้านบน












2.ก็จะได้หน้าตาเป็นแบบนี้ให้เราทำการล๊อกอินเข้าไป โดยใช้ Gmail ของเรา










3.พอทำการล๊อกอินเสร็จก็จะได้หน้าตาเป็นแบบนี้ให้ทำการคลิกที่ บล๊อกใหม่





4.พอมาถึงหน้านี้


– ในช่องหัวข้อ ให้เราทำการตั้งชื่อหัวข้อของบล๊อกของเรา(เรื่องที่เราจะเขียนบล๊อก หรือ Title)


– ในช่องที่อยู่ ให้เราทำการตั้งชื่อ URL ของเรา อาทิเช่น gunoob.blogspot.com , cnx-it.blogspot.com เป็นต้น (.blogspot.com จะมาการเติมให้โดยอัตโนมัติ ให้พิมพ์แค่ gunoob หรือ cnx-it)





– ในช่องแม่แบบ ให้เราทำการเลือก รูปแบบของบล๊อกหรือ Theme นั้นเอง (แนะนำให้ใช้แบบง่าย ธีมสามารถเปลี่ยนภายหลังได้)





5.จะได้อกมาเป็นแบบนี้ให้ทำการคลิกเข้าไปเลย (ของผมได้ทำการสร้างใว้ก่อนแล้ว)





6.จะได้หน้าต่างเป็นแบบนี้ให้ทำการคลิกที่ บมความใหม่ เพื่อทำการเขียนบทความหรือ blog





7.พอได้หน้าตาแบบนี้ให้เราทำการเขียนบล๊อก หรือบทความที่เราต้องการได้เลย


– ในช่องโพสต์ด้านบนตัวหนังสือสีส้ม ให้เราทำการเขียนหัวข้อหรือหัวเรื่อง บทความที่เราต้องการเขียน





– การเขียนบทความ ข้อมูล หรือบล๊อกนั้นสามารถทำการเขียนได้ใช้ กระดาษ ตรงกลางหน้า


– ด้านขวามือจะมีป้ายกำกับ ให้เราทำการคลิกเพื่อพิมพ์ คำ ที่ผู้อื่นสามารถค้นบทความของเราเจอได้


– การใส่ลิ้งให้ทำการคลิกที่ ลิ้ง ในแทบเครื่องมือ เพื่อทำการใส่ URL ที่เราต้องการลิ้ง


– การใส่รูปภาพ สามารถทำได้โดยการคลิกที่ แทกรูปภาพ ด้านขวา ลิ้ง ในแทบเครื่องมือ แล้วทำการเลือกไฟล์เพื่ออัพโหลดรูปภาพแล้ว คลิกรูปภาพที่ต้องการเลือก แล้วกดเพิ่มรายการที่เลือก


– ถ้าทำการเขียนบทความเสร็จ ให้ทำการคลิกที่ เผยแพร่ เพื่อทำการเผยแพร่บทความที่สามารถให้ผู้อื่นได้อ่าน หรือเข้าชมได้





8.การเปลี่ยนธีม ตามที่เราต้องการ ให้ทำการคลิกที่ แม่แบบ จะมีให้เราเลือกธีมตามที่เราต้องการ ถ้าจะเอาอันไหนให้ทำการคลิก แล้วกด ใช้กับบล๊อก(ปุ่มสีส้ม)เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ (ธีมเราสามารถออกแบบเองและทำเองตามที่เราต้องการได้)



ที่มา : https://gunoob.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%8A%E0%B8%AD%E0%B8%81-blogspot-blog/

สรุปเทอม 1

1.) นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ 1. บทเรียนบนเครือข่าย (WBI) - การเรียนการสอนที่ใช้เวิลด์วายเว็บเป็นสื่อหรือตัวกลาง...